Wrath of Man (2021) คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก

Wrath of Man (2021) คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก วิถีกระสุนแบบเดิมๆ แต่โครตเท่!!

           กลับมาอีกครั้งกับภาพยนต์แนวแอคชั่น แนวสุภาพบุรุษดีเดือด ที่กลายเป็นลายเซ็นหลักๆ ที่ตัวเราเองมองออกได้ง่ายเลยว่าเป็นงานผู้กำกับ Guy Ritchie กลับมาอีกครั้งในภาพยนต์แนวบู๊โครงสร้างเดิมๆ แต่กลับยังรักษาระดับความมันส์เอาไว้ได้ดีในภาพยนต์เรื่อง Wrath of Man (2021) หรือชื่อไทยว่า คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก ที่นับว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่ผู้กำกับผู้นี้กลับมาร่วมงานกับตัวพ่อ Jason Statham ขวัญใจคอหนังแอคชั่นบ้านเรา กลับมาคราวนี้…ก็ยังคงเชือดแบบนิ่มๆ แบบเท่ๆ ได้อยู่เช่นเคย

           ภาพยนต์เรื่อง Wrath of Man หรือชื่อไทยว่า คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากการซุ่มโจมตีอย่างรุนแรงต่อรถหุ้มเกราะคันหนึ่งของ บริษัท ฟอร์ติโก้ ซีเคียวริตี้ ในลอสแองเจลิส ได้ว่าจ้างพนักงานใหม่ผู้ลึกลับ นามว่า แพทริค ฮิลล์ (รับบทโดย Jason Statham) ที่กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เอช” แต่ว่าในขณะที่เขาเรียนรู้งานจากคู่หู อย่าง บุลเลท (รับบทโดย Holt McCallany) ในตอนแรกๆ เอชดูเหมือนจะเป็นคนที่เงียบๆ เอาแต่ก้มหน้าทำงานหาเลี้ยงชีพตนเอง แต่เมื่อเขาและบุลเลทกลายเป็นเป้าหมายของการโจรกรรม ทักษะที่น่ากลัวของเอชก็ถูกเปิดเผย เขาไม่เพียงแต่เป็นนักแม่นปืนผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจในการต่อสู้แบบประชิดตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่กล้าหาญไร้ความปรานีและเป็นตัวอันตรายอีกด้วย

Wrath of Man (2021) คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก

           เอาเป็นว่าเพียงแค่ภาพยนต์เรื่องนี้เปิดฉากแรกออกมา ก็รู้ทันทีว่านี่คือภาพยนต์ของผู้กำกับ Guy Ritchie โดยแท้ เพราะว่าลายเซ็นในการทำภาพยนต์แนวแอคชั่นของเขากลายเป็นสูตรสำเร็จที่เกือบจะสำเร็จรูปไปแล้วด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าจะมีความคลีเช่หรือจำเจอยู่บ้าง แต่เขาผู้นี้กลับงัดลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาใส่ได้ถูกที่ถูกจังหวะ ทำให้หนังบู๊ที่เต็มไปด้วยความซ้ำซากแบบเดิมๆ เนื้อหาคุ้นเคย แทบหาความแปลกใหม่ไม่ได้ กลับมีพละกำลังโดดเด่นขึ้นมาด้วยการนำเสนอและเล่าเรื่องตามสไตล์ริชชี่

           ถ้าหากพิจารณาดูแล้วว่าภาพยนต์เรื่อง Wrath of Man ก็มีโครงเรื่องที่ค่อนข้างจะง่ายๆ คนดูสามารถเดาทางออกได้ไม่ยากเลย แต่ว่าเหมือนกับผู้กำกับนำเอาใส่หม้อและทำการปรุงใหม่ เพื่อเป็นการเพิ่มมิติในรสชาติมากยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าเทคนิคในการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ ลูกเล่นที่นำมาใช้มีส่วนทำให้หนังดูไม่น่าเบื่อ รู้สึกชอบที่มีการขยายความและเล่าในหลากหลายมุมของตัวละครมากมายที่อยู่ในหนัง พอนำมาคลุกเคล้าเข้ากันเป็นหม้อเดียว ก็ทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มีรสชาติอรรถรสที่อร่อยใช้ได้อยู่

           แน่นอนเลยว่าเอกลักษณ์โดดเด่นในภาพยนต์เรื่องนี้ของ Guy Ritchie ก็คือการแคสติ้งนักแสดงชายเป็นหลัก เรื่องนี้ก็เกือบจะเป็นภาพยนต์ชายล้วนอีกแล้ว แต่ว่าก็ยังมีนักแสดงหญิงเข้ามาเสริมประปรายอยู่บ้าง ความกำยำและขึงขังของเหล่าชายหนุ่มที่เต็มไปทั้งเรื่อง ทำให้ภาพรวมของภาพยนต์เรื่องนี้ก็ดูเข้มข้นและหนักแน่นตามไปด้วย ถึงแม้ว่าเอาเข้าจริงๆ การใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละตัวละครในหนังเรื่องนี้นั้น เป็นจุดด้อยที่สุดของหนัง เพราะคาแรกเตอร์ที่เยอะไป สร้างมิติให้ได้ไม่หมด จึงออกมาในรูปแบบตื้นเขินไปเกือบทั้งหมด

          Jason Statham ก็คือมายืนหนึ่งในฐานะนักแสดงนำ และเขาก็กลายเป็นตัวละครที่ถูกใส่มิติเข้ามามากมายเพียงคนเดียว มีปม มีแนวคิดต่างๆ ที่คนดูต้องสงสัยอยู่เรื่อยๆ ว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ แต่ทุกอย่างค่อยๆ ถูกคลี่คลายออกมาตามการเล่าเรื่องที่เผยออกมาทีละน้อยๆ การแสดงของเจสันก็ไปตามมาตรฐานของเขา ในบทสุขุมๆ หน่อย โชว์สกิลโหดบ้าง ก็ถือว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ไม่ได้ใหม่สำหรับเขา แต่ก็สามารถประคองทั้งเรื่องไปได้อยู่

Wrath of Man (2021) วิถีกระสุนแบบเดิมๆ แต่โครตเท่!!

           ในขณะที่นักแสดงสมทบคนอื่นๆ อย่าง Holt McCallany, Rocci Williams, Jeffrey Donovan หรือ Scott Eastwood ก็ไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นตาเท่าไหร่ พวกเขาก็เล่นตามบทได้ตามมาตรฐานดี เพราะหนังไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการขยี้คาแรกเตอร์เชิงลึกๆ ของพวกเขาได้

           แต่อีกคนที่เดี๋ยวโผล่มา ก็คือ Josh Hartnett ที่มาในตัวละครที่แอบขโมยซีนหน่อยๆ ยิ่งได้ยินมาว่าเขาต้องมาเข้าฉากเล่นหนังเรื่องนี้ด้วยการด้นสดๆ บทไม่มีด้วย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ในตัวละครนี้เข้าไปใหญ่ มันเป็นการแสดงที่ขาดๆ ล้นๆ ที่ออกเหมาะเจาะพอดี นี่แหละ…มืออาชีพ

           อันที่จริงแล้วภาพยนต์เรื่อง Wrath of Man เป็นภาพยนต์ที่รีเมคสร้างมาจากภาพยนต์ดังของฝรั่งเศส เมื่อปี 2004 อย่างเรื่อง Cash Truck แต่ก็นำเอาเรื่องราวมาดัดแปลงใหม่ค่อนข้างต่างไปประมาณหนึ่งอยู่ โดยที่บทหนังได้สร้างชั้นเชิงให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น การเล่าเรื่องเหมือนจะเนิบๆ แต่กลับไม่ช้าจนเกินไป การสลับเล่ามุมมองต่างๆ ของหลายตัวละครก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกเคลียร์ได้ดี แม้ว่าโดยภาพรวมก็ยังไม่ใช่หนังที่บทดีเลิศอะไร แต่ก็ช่วยกระตุ้นเพิ่มความสนุกได้ดีระดับหนึ่ง

           เอาเป็นว่าโดยภาพรวมแล้วภาพยนต์เรื่อง Wrath of Man (2021) หรือชื่อไทย คนคลั่งแค้น ปล้นผ่านรก ก็จัดเป็นภาพยนต์อีกหนึ่งเรื่องที่ตรงตามมาตรฐานของ Guy Ritchie มีลายเส้นของริชชี่อยู่เด่นชัด และการร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 4 กับ เจสัน ก็ไม่ได้ทำให้ดูน่าเบื่อเลย (และต้นปีหน้าพวกเขาก็จะมีหนังใหม่ด้วยกันอีก)

           ตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงของหนังปล่อยให้คนดูได้ลุ้นและติดตามสถานการณ์ต่างๆ ผ่านตัวละคร เป็นหนังแอคชั่นที่สร้างออกมาตามแนววิถีกระสุนแบบเดิมๆ ลูกเล่นซ้ำๆ แต่กลับยังสร้างอรรถรสให้ผู้ชมได้เต็มแม็กซ์อยู่ ก็เพราะนี่คือหนังของผู้กำกับ กาย ริชชี่ ยังไงละ ถ้าหากคุณสนใจหนังมาใหม่ หนังสนุกๆก็สามารถติดตามรีวิวและรับชมหนังใหม่ได้ที่…….และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ บาคาร่า1688