French Exit (2020) สุดสายปลายทางที่ปารีส

French Exit (2020) สุดสายปลายทางที่ปารีส ผู้คนแปลกๆ กับครอบครัวประหลาด

         คราวนี้ก็มาถึงคิวของภาพยนต์แนวครอบครัวที่ออกจะเป็นเชิงตลกร้ายสักนิด ที่ว่ากันว่าเป็นผลงานการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิตของ มิเชลล์ ไฟฟ์เฟอร์ เลยทีเดียว นั่นก็คือภาพยนต์เรื่อง French Exit หรือชื่อไทยว่า สุดสายปลายทางที่ปารีส (2020) ภาพยนต์เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยตัวละครแปลกๆ แต่ก็แฝงไว้ด้วยข้อความในการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ได้อย่างกินใจ

         ภาพยนต์เรื่อง สุดสายปลายทางที่ปารีส (2020) เล่าเรื่องราวของ ฟรานเซส ไพร์ซ (รับบทโดย Michelle Pfeiffer) ไฮโซสาวที่ตกกระไดพลอยโจน เพราะว่าสามีของเธอนั้นดันเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้พินัยกรรมและทรัพย์สินอู้ฟู่ต่างๆ ที่แมนแฮตตันได้ตกเป็นของเธอ แต่ว่าระยะเวลาของความสุขผ่านไปเร็วเสมอ เธอกับลูกชาย มัลคอล์ม (รับบทโดย Lucas Hedges) และแมวดำตัวหนึ่ง ได้พบว่าตกอยู่ในสถานะบุคคลล้มละลาย และกำลังจะสูญเสียทุกๆ อย่างไปในไม่ช้า ทำให้เธอตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลัง และมุ่งหน้าไปใช้ชีวิตในกรุงปารีส แบบตั๋วเที่ยวเดียว

         จะว่าไปแล้วภาพยนต์เรื่อง “สุดสายปลายทางที่ปารีส” ก็ไม่ใช่ภาพยนต์เรื่องที่ดูได้ยาก แต่ก็เป็นภาพยต์ที่ไม่ได้ดูง่ายด้วยเช่นเดียวกัน เพราะว่าภาพยนต์เรื่องนี้นั้นต่างก็เต็มไปด้วยรูปธรรมและนามธรรมในพฤติกรรมของมนุษย์หลายๆ อย่าง ที่เหล่าคนดูเองต้องวิเคราะห์กันสักเล็กน้อย ว่าทำไมเธอทำอย่างนั้น เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนี้ แต่หลายๆ ข้อความที่หนังใส่เข้ามานั้นก็ไม่ได้ยากเกินกว่าจะเข้าใจ เพียงแต่จะยากในเชิงถ่ายทอดบุคลิกภาพและตัวตนอันซับซ้อนของตัวละครเท่านั้น

French Exit (2020) สุดสายปลายทางที่ปารีส

         จึงเป็นเหตุผลทำให้ภาพยนต์เรื่อง “สุดสายปลายทางที่ปารีส” เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ที่แสนจะประหลาด แปลกๆ ไปตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวละครไหนที่เข้าฉายมา ถึงแม้กระทั่งเจ้าแมวดำที่อยู่ด้วยเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกครอบครัวก็ยังแสดงความแปลกประหลาดออกมาด้วย แต่ว่าทุกการกระทำย่อมมีเหตุผลในตัวเอง ภาพยนต์จะค่อยๆ เดิมหมากและคลายปมไปทีละจุดแบบไม่กระชับเท่าไหร่นัก แฝงด้วยความตลกร้ายและตลกขำขันเข้ามาประปราย

         แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ภาพยนต์เรื่องนี้ดูแปลกมากยิ่งขึ้นไปอีก นั่นก็คือ การรวมตัวของตัวละครต่างๆ ที่ค่อนข้างจะดูน่าสับสนยิ่งนัก แต่ว่ากลับกลายเป็นความบันเทิงที่ไม่น่าเชื่อว่าจะดำเนินเรื่องมาได้ถึงทิศทางนี้ เป็นความเบ๊อะบ๊ะที่น่าตกใจและไม่คาดว่าจะหยิบเอาความเชื่อเหล่านี้มาผสมปนเปอยู่ในหนังฝรั่ง ถ้าหากว่าเปรียบเทียบหนังกับลักษณะอาการของคน คิดว่าหนังเรื่องนี้น่าจะเหมือนคนกึ่งเมากึ่งมีสติในระดับหนึ่ง

         เมื่อมองถึงการแสดงของ Michelle Pfeiffer ก็จัดได้ว่าดี แต่ก็ไม่ดีกว่ามาตรฐานของเธออะไรเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งก็จะเป็นเพราะบทส่งเสริมตัวละครของเธอได้เป็นอย่างดี การแสดงออกด้วยท่าทางที่เข้าถึงบทบาทนั้น ทำออกได้เป็นมืออาชีพ มีการเหย่อหยิ่ง ทะนงตน และมุ่งมั่นกับปณิธานของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ยังเก็บซ่อนความทุกข์บางอย่างเอาไว้ภายในใจ ไม่เปิดเผยให้ใครได้รับรู้ เพราะภาพลักษณ์ของรอยยิ้มย่อมดีกว่าการมีน้ำตา

French Exit (2020) สุดสายปลายทางที่ปารีส

         ในขณะที่ Lucas Hedges ในบทของลูกชายติดแม่ ก็ถือว่าทำการแสดงและถ่ายทอดออกมาได้ดี กับบทที่เหมือนจะอะไรหว่า แต่หากลองมองดูลึกๆ ก็พบความซับซ้อนซ่อนอยู่ในตัวละครอยู่ไม่น้อย เหมือนกับตัวละครแม่กับตัวละครลูก ก็อปปี้ทับซ้อนกันอยู่อะไรทำนองนั้น และทุกอย่างได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าของนักแสดงระดับมืออาชีพทั้ง 2 คนนี้

         โดยภาพรวมแล้วภาพยนต์เรื่อง “สุดสายปลายทางที่ปารีส (2020)” เป็นภาพยนต์อีกเรื่องหนึ่งที่น่าจะติดอยู่ที่กึ่งกลาง เพราะบางคนอาจจะชอบเรื่องนี้กับข้อความที่สื่อสารออกมาถึงการใช้ชีวิตและครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันบางคนก็อาจจะเกลียดมัน เพราะความพิลึกและแปลกประหลาดในพฤติกรรมของตัวละครตลอดทั้งเรื่อง

         แต่กระทั่ง French Exit ก็ยังคงได้แฝงแง่คิดต่างๆในการใช้ชีวิตของมนุษย์เอาไว้ได้อย่างประทับใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่สิ้นหวังในชีวิต เพราะว่าทุกล้วนสามารถออกแบบและเลือกเดินทางตามที่ตัวเองต้องการได้ เพียงแต่จะย่างก้าวไปทางไหน แต่ในภาพยนต์เรื่องนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ฟรานเซสคิดอะไรและอยากทำอะไร เธอมีปณิธานตั้งมั่นเอาไว้อยู่แล้ว เพียงแต่แค่รอเวลา กับซึบซับบรรยากาศโดยรอบไว้ และเมื่อวันนั้นมาถึง…ปลายทางของเธอได้รออยู่แล้ว และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ SBOBET8888